นิตยสารกอล์ฟอันดับ 1 รวมทุกเรื่องเกี่ยวกับกอล์ฟที่คุณอยากรู้

สเน่ห์แห่งแดนสวรรค์ที่ วัลฮาลลา กอล์ฟ คลับ

Return to Valhalla
golfworld-2014-08-gwar01-pga-valhalla-whitten

ชื่อของสนาม “วัลฮาลลา” กอล์ฟ คลับ ในเมืองหลุยส์วิลล์ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากประวัติศาสตร์เทพนิยายในแถบสแกนดิเนเวียนิตยสารกอล์ฟ ไดเจสต์ จัดให้สนามวัลฮาลลา ติดอันดับอยู่ใน 100 สุดยอดสนามกอล์ฟของอเมริกามาตั้งแต่ปี 1993 และครั้งล่าสุดอยู่ที่ 99 ซึ่งถือว่าตกต่ำที่สุดตั้งแต่เคยอยู่ในลิสต์มา นั่นอาจเป็นเพราะจุดอ่อนของ 9 หลุมแรกที่ดูไม่ดึงดูดใจเอาเสียเลย เพราะไปตั้งอยู่ในภูมิประเทศที่มีแต่ดินโคลน แถมยังมีเสาไฟฟ้าแรงสูงตั้งตระหง่านรกสายตาตรงบริเวณหลุม 7 พาร์ 5 อย่างไรก็ตาม ใน 9 หลุมหลังนั้นสมควรได้รับการยกย่องว่าสมบูรณ์แบบจริงๆ แต่ละหลุมถูกโอบล้อมไปด้วยต้นไม้และเนินเขาโดยมีลำธารที่ชื่อว่าบรัช รัน ครีก คอยหล่อเลี้ยงให้ความสดชื่น หลุมไฮไลท์ต้องยกให้กับหลุม 13 พาร์ 4 ที่กรีนเป็นเกาะกลางน้ำ ฐานของกรีนสร้างจากก้อนหิน แต่ขอตินิดเดียวว่าบันไดขึ้นไปสู่แท่นทีหลุม 14 มันดูไม่สวยเลย ส่วนกรีนของหลุม 18 พาร์ 5 เป็นรูปเกือกม้า ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของสนาม แต่บรรดานักกอล์ฟก็ชอบแซวเล่นว่ามันดูเหมือนที่รองนั่งของชักโครกมากกว่า สนามแห่งนี้เคยจัดพีจีเอ แชมเปียนชิป มาแล้วสองครั้ง และทั้งสองครั้งก็ต้องตัดสินหาผู้ชนะด้วยการดวลเพลย์ออฟ (มาร์ค บรูคส์ เอาชนะเคนนี เพอร์รี ในปี 1996 และไทเกอร์ วูดส์ เอาชนะบ็อบ เมย์ ในปี 2000) สนามวาฮัลลาเกือบจะได้จัดรายการนี้เป็นครั้งที่สามในปี 2004 แต่สุดท้ายทางพีจีเอกลับเปลี่ยนใจไปใช้สนามวิสท์ลิง สเตรทส์ แทนซะงั้น แจ็ค นิคลอส คือผู้ปรับโฉมกรีนของสนามแห่งนี้ในปี 2011 หลังจากถูกใช้ในการแข่งขันไรเดอร์ คัพ 2008 สปีดกรีนที่เร็วจี๋ทำให้แจ็คต้องปรับคอนทัวร์ไม่ให้โหดจนเกินไป ส่วนการแข่งขันในเดือนนี้ สนามถูกเซ็ตไว้ที่พาร์ 71 ระยะ 7,458 หลา (ในปี 1996 เป็นพาร์ 72 ระยะ 7,144 หลา)