นิตยสารกอล์ฟอันดับ 1 รวมทุกเรื่องเกี่ยวกับกอล์ฟที่คุณอยากรู้

TaylorMade M3, M4 นิยามของคำว่า “ตีง่ายและไกลจริง”

TaylorMade M3, M4

นิยามของคำว่า “ตีง่ายและไกลจริง”

หากพูดถึงกระแสของไดรเวอร์ที่มีการกล่าวถึงความร้อนแรงมากที่สุดในปี 2018 แน่นอนว่าต้องหนีไม่พ้นไดรเวอร์ของ TaylorMade M3 และ M4 ซึ่งต่อยอดมากจากความสำเร็จของ M1 และ M2 แต่ครั้งนี้ TaylorMade ได้แปลงโฉมไดรเวอร์ตระกูล M ทั้งรูปลักษณ์และเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในด้านต่างๆมากขึ้น ให้กับนักกอล์ฟที่ต้องการตีให้ไกลและตีได้ง่ายขึ้น โดยในฉบับนี้เราได้จับเอาทั้ง TaylorMade M3 และ M4 มาทดสอบประสิทธิภาพในทุกๆด้าน ว่าจะยอดเยี่ยมสมคำร่ำลือหรือไม่ ▶ ทีมกองบรรณาธิการของเรา ได้รับเกียรติการทดสอบโดย คุณพรประเสริฐ กาญจนจารี นักกอล์ฟมือสมัครเล่นฝีมือดี และนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ผู้มีประสบการณ์ในการเล่นและแข่งขันกอล์ฟอย่างโชกโชนมาตั้งแต่ระดับเยาวชนจนถึงระดับมหาวิทยาลัยที่ประเทศอังกฤษ และยังเป็นนักกอล์ฟที่สนใจและศึกษาข้อมูลอุปกรณ์กอล์ฟใหม่ๆอยู่เสมอ หลังจากที่ตัวเขาได้ประทับใจใน TaylorMade M2 มาแล้ว คุณพรประเสริฐ ผู้มีแฮนดิแคปปัจจุบันที่ 3 เขาจะเป็นตัวแทนของนักกอล์ฟสมัครเล่น เพื่อทำการทดสอบและนำข้อมูลที่ได้จากการทดสอบ M3 และ M4 มาเปิดเผยผ่านบทความนี้ครับ


พรประเสริฐ กาญจนจารี /แฮนดิแคป 3 /เล่นกอล์ฟมา 15 ปี /ระยะไดรฟเฉลี่ย แครี 270 หลา /อาชีพ นักธุรกิจ และนักบริหาร

ในปี 2018 มีอุปกรณ์กอล์ฟที่น่าสนใจก็คือไดรเวอร์เทย์เลอร์เมด M3 และ M4 ที่มีเทคโนโลยีที่น่าทึ่งหลายอย่าง วันนี้ผมได้นำบทสรุปที่ผมได้จากการทดสอบและทดลองเทคโนโลยีทั้งสองอย่างนี้ มาให้ท่านได้อ่าน เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจ ประการแรกคือ Hammerhead Technology ที่อยู่ข้างหลังหน้าไม้ของไดรเวอร์ M3 และ M4 ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้ตีได้ระยะทางที่ไกลขึ้นกว่าเดิม ประการที่สอง เทย์เลอร์เมดได้ทดสอบจุดปะทะของลูกกอล์ฟบนหน้าไม้และสรุปได้ว่าเวลานักกอล์ฟตีโดนปลายไม้ จะทำให้ลูกกอล์ฟมี ‘hook spin’ ในทางกลับกันถ้านักกอล์ฟตีโดนคอไม้ ลูกกอล์ฟจะมีการ ‘slice spin’ ซึ่งนักกอล์ฟส่วนใหญ่มีปัญหานี้จึงทำให้ตีไม่ตรง ประการที่สาม เพื่อที่จะทำให้นักกอล์ฟตีได้ตรงกว่าเดิม เทย์เลอร์เมดจึงนำเทคโนโลยีใหม่ที่ชื่อว่า ‘twist face’ มาประกอบใน M3 และ M4 ทำให้ปลายไม้เปิด และเพิ่มองศาของหน้าไม้ โดยในทางกลับกันทำให้คอไม้ปิด และลดองศาของหน้าไม้ ซึ่งจะทำให้ ‘hook spin’ และ ‘slice spin’ มีผลกับลูกกอล์ฟน้อยลง

ผมใช้ Trackman เป็นเครื่องวัดระยะของลูกกอล์ฟ แล้วผมก็นำไดรเวอร์ M2 ซึ่งเป็นไดรเวอร์ที่ผมใช้อยู่ปัจจุบันมาเป็นตัวเปรียบเทียบกับ M3 และ M4 (หัวไม้ทุกชิ้นมีองศา 9.5) ขั้นแรกผมตีด้วยไดรเวอร์ในทุกรุ่น อย่างละ 10 ลูก โดยมีการเก็บผลทดสอบของ Launch, Spin rate, Distance, Accuracy ได้ผลของการทดสอบดังนี้ไดรเวอร์ M3 (forgiving) มันสามารถชดเชยความผิดพลาดได้ดี เนื่องจาก M3 มีหมุดน้ำหนักที่ใช้ไขและปรับเปลี่ยนปรับแต่งได้ เพื่อที่จะแต่งวิถีของลูกกอล์ฟ ผมเลยทดลองสองแบบ คือ น้ำหนักอยู่ข้างหลังสุด หรือเป็นการตั้งค่าแบบที่ตีง่ายที่สุด และน้ำหนักอยู่ข้างหน้าสุดหรือเป็นแบบตั้งค่าที่ทำให้เกิดสปีดสูงสุด สำหรับการตั้งค่าแบบที่ตีง่ายที่สุดนั้น ผมได้เห็นว่าความแม่นยำของช็อตแต่ละช็อต มันถูกพัฒนาขึ้นมาก เมื่อเปรียบเทียบกับ M2 โดยผมสามารถตีอยู่ในแฟร์เวย์เพิ่มขึ้นถึงสามครั้ง M3 (max speed) สำหรับการตั้งค่านี้ เทย์เลอร์เมดบอกว่าจะทำให้ได้สปีดสูงสุด แต่อาจจะตียากกว่าการตั้งค่าอื่นๆ ผมทดสอบก็เป็นไปอย่างที่ตัวเลขของเทย์เลอร์เมดกล่าวไว้คือ ระยะที่ได้จากการตั้งค่านี้ เพิ่มขึ้นถึง 8 หลา เทียบกับ M3 (forgiving) แต่ผมก็ไม่สามารถที่จะตีได้แม่นได้เท่าเดิม เพราะตีอยู่แฟร์เวย์แค่ 7 ใน 10 ลูก

*Accuracy คือการวัดว่าตีอยู่ในแฟร์เวย์กี่ครั้งจากทั้งหมด 10 ลูก (แฟร์เวย์กว้าง 60 หลา จากจุดที่ผมตีของสนามไดร์ฟ); *M3 วัดโดยปรับน้ำหนักอยู่หลังสุดหรือตีง่ายที่สุด และปรับน้ำหนักอยู่หน้าสุดหรือตีได้ระยะไกลสุด

ในส่วนของ M4 จากการตี M4 ผมมีความรู้สึกว่าเป็นไม้ที่ตีลอยง่ายที่สุด ซึ่งเหมาะกับนักกอล์ฟที่ตีลูกไม่ค่อยลอย อย่างเช่นนักกอล์ฟสมัครเล่นทั่วไป และถึงแม้ระยะของการตีจะเท่ากับ M2 ที่ผมใช้อยู่ แต่ความแม่นยำก็เพิ่มขึ้นจาก 6/10 เป็น 8/10 อยู่ในแฟร์เวย์เพื่อที่จะทดลองประสิทธิภาพของเทคโนโลยี ‘twist face’ ผมจึงนำอุปกรณ์ไปลองที่สนามไดร์ฟ และวัดกับเครื่อง Trackman โดยที่ผมตั้งใจตีให้โดนปลายไม้กับคอไม้ของ M2, M3 กับ M4 วัดได้ว่าเทคโนโลยีใหม่นี้มีผลกับลูกกอล์ฟอย่างไร? ผมเห็นว่าเวลาผมใช้ M2 และตีโดนปลายไม้ ลูกกอล์ฟจะเริ่มออกไปตรงแต่จะเลี้ยวออกซ้ายอย่างรุนแรง ในขณะที่ M3 และ M4 ลูกกอล์ฟจะออกไปทางขวาก่อน และกลับมาอยู่ตรงกลาง ในขณะเดียวกัน หากผมตีโดนคอไม้ของ M2 ลูกกอล์ฟก็ออกไปโด่งและเฉือนไปทางขวาเยอะมาก ในขณะที่ผมตี M3 และ M4 ลูกจะออกจากไม้มาทางซ้ายก่อนแล้วเลี้ยวกลับมาอยู่ตรงกลาง อีกสิ่งที่น่าสนใจคือ เวลาผมตี M2 โดนคอไม้หรือปลายไม้ ระยะเฉลี่ยผมตกลงมาเหลือ 269 หลา ในขณะที่ M3 ระยะอยู่ที่ 276 หลา และ M4 ระยะดีถึง 280 หลา แน่นอนที่บางลูกผมอาจจะตีโดนไม่แม่นทุกครั้ง แต่ ‘club head speed’ โดยเฉลี่ยอยู่ประมาณ ‘110-112 mph’ ในทดสอบ ผมไม่ได้ตัดช็อตไหนออกจาก Trackman เพราะผมอยากทราบว่า M3 และ M4 มีประสิทธิภาพอย่างไรเวลาเราตีไม่โดน ในความรู้สึกของผม ผมว่า M3 เหมาะกับตัวผมมากกว่า แต่สำหรับนักกอล์ฟที่ต้องการไม้ที่ตีลอยง่ายและตรง M4 น่าจะเหมาะกับคุณมากกว่า สรุปว่า Hammerhead จะช่วยคุณเพิ่มระยะให้กับตัวเองได้ แต่ยิ่งกว่านั้น twist face จะสามารถทำให้คุณเล่นอยู่ในแฟร์เวย์ได้บ่อยขึ้นแน่นอน พูดแล้วผมก็ต้องไปหา M3 มาใช้บ้างแล้วครับ!!!
-พรประเสริฐ กาญจนจารี