นิตยสารกอล์ฟอันดับ 1 รวมทุกเรื่องเกี่ยวกับกอล์ฟที่คุณอยากรู้

นิยามของคำว่า Masterpiece ในชีวิตของคุณคืออะไร?

EXPERIENCE THE 7
“THE MASTERPIECE”

ถ้าพูดถึงนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่มาแรงที่สุดในขณะนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จักคุณ สุริยน ศรีอรทัยกุล ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของบริษัทอัญมณีชื่อดัง “Beauty Gems” ที่สร้างรายได้ และชื่อเสียงให้กับอุตสาหกรรมอัญมณีในประเทศไทย ทั้งยังถือได้ว่าเป็นผู้บริหารยุคใหม่ที่ถูกจับตามอง ในฐานะผู้นำที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับสังคมรวมถึงคนรุ่นใหม่

และด้วยเหตุผลที่กล่าวไปข้างต้น ทำให้ชายคนนี้ได้รับเชิญจาก BMW ให้เข้าร่วมแคมเปญ EXPERIENCE THE 7  ซึ่งเป็นแคมเปญที่สะท้อนให้เห็นถึงอุดมการณ์อันยิ่งใหญ่ที่อยู่ในสายเลือดของ BMW โดย BMW Thailand

ซึ่งครั้งนี้ คุณ สุริยน  จะนำมุมมองในการใช้ชีวิต มาเล่าผ่านนิยามของคำว่า “The Masterpiece” ที่เราเชื่อว่าเมื่อคุณอ่านจบแล้ว อาจสร้างแรงบันดาลใจ ในการพัฒนาตัวเองและสังคมให้กับคุณ

ความหวังสำคัญกว่าการก้าวไปข้างหน้า

ถ้าเราหมดซึ่งความหวัง เราก็เหมือนมีแค่เพียงร่างกาย มีแต่ลมหายใจ การที่เราได้เกิดมาบนโลกใบนี้แล้วและเลือกที่จะมีความหวัง เลือกที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวเอง มันเหมือนกับเป็นพลังอันสูงสุด ทำให้เราสร้างสิ่งใหม่ๆ ให้กับตัวเองและเพื่อนมนุษย์ หรือเราอาจจะเอาความคาดหวังเหล่านั้นมาสร้างแรงผลักดันให้ชีวิตของเรา ผมจึงเปรียบเทียบความหวังเหล่านั้นว่านี่แหละคือชีวิต การที่เราสิ้นหวัง ถึงแม้เรายังมีลมหายใจอยู่ ชีวิตก็ไร้ค่า

สร้างแรงบันดาลใจ

โดยส่วนตัวแล้วผมค่อนข้างที่จะเป็นคนโชคดี เพราะมีคุณพ่อคุณแม่เป็นแบบอย่าง และแรงบันดาลใจของผมอีกส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ตื่นนอนทุกเช้าแล้วได้รังสรรค์ผลงานที่ Made in Thailand ตื่นมาเพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศจากงานฝีมือระดับ Masterpiece ของคนไทย ตรงนี้จึงเปรียบเสมือนแบตเตอรี่ของผม

นิยามของคำว่า The Masterpiece

คำว่า The Masterpiece สำหรับผมแล้วคิดว่าไม่ใช่เพียงผลงานชิ้นใดชิ้นหนึ่ง แน่นอนว่าความหมายที่แท้จริงของคำนี้คือผลงานที่สุดยอด แต่สำหรับผมมันเป็นเสมือนการสะสมทุกผลงานที่เราได้รังสรรค์ขึ้นมาได้ลองผิดลองถูกในทุกวัน ประกอบกันเป็นผลงานชิ้น Masterpiece

โดยผลงาน The Masterpiece ของผมคือการได้มีส่วนร่วมในการผลักดันกฎหมายการครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผมมองเห็นและอยากแก้ไขมัน ซึ่งนอกจากมันจะเป็นแรงบันดาลใจให้ผมแล้ว มันยังเป็นส่วนหนึ่งในการมอบสิ่งดีๆ ที่ผมสามารถทำได้คืนให้กับสังคม ซึ่งผมทำไปด้วยใจจริงๆ โดยไม่ได้หวังอะไรตอบแทน เพราะฉะนั้น The Masterpiece ในอีกนิยามนึง นั้นคือผลงานที่เราภูมิใจและสร้างประโยชน์ให้กับสังคม

วิธีคิดที่สู่ความสำเร็จ

จริงๆ แล้วผมคิดว่าเราไม่ควรตั้งความสำเร็จไว้เป็นเป้าหมาย แต่เราควรจะมองเห็นถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก และเราสร้างสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อสังคม ไม่เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง สิ่งนั้นจะนำพาความสำเร็จที่พ่วงมาด้วยความสุขของทุกคนรวมถึงตัวเราเอง เพราะคุณแม่สอนให้ผมเป็นห่วงทุกคนในบริษัท คุณแม่บอกว่าพวกเค้ายังไม่สบายเลย แล้วผมจะมานั่งสบายอยู่ได้ยังไง จนถึงตอนนี้ คุณแม่บอกผมว่าขอโทษที่พูดแบบนั้น เพราะมันทำให้ชีวิตของผมไม่มีคำว่าสบาย เพราะผมคอยห่วงและทำเพื่อคนอื่นอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น ผมคิดว่าหนทางที่จะพาเราประสบความสำเร็จคือการที่เราต้องคิดถึงส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว

คิดนอกกรอบ

การคิดนอกกรอบสำหรับผมสำคัญมาก ยิ่งสำหรับในยุคนี้เรียกได้ว่าต้องเห็นวิกฤตให้เป็นโอกาส สิ่งที่ผมเป็นก็เรียกได้ว่าเป็นผู้บริหารที่คิดนอกกรอบอยู่ตลอดเวลา สิ่งที่จะนำพาองค์กรเราไปสู่ความสำเร็จได้ เราต้องหมั่นเติมเชื้อเพลิง ทั้งหมดทั้งปวงคือแรงบันดาลใจ ความหวัง ที่เราเอามาสร้างผลงาน และความสำเร็จมันจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าเราไม่ลงมือทำ แต่การคิดนอกกรอบนั้นมันก็มาพร้อมความเสี่ยง เหมือนสมัยก่อนที่คนที่คิดนอกกรอบหลายๆ คน
ล้มเหลว เพราะถูกมองว่าเป็นคนเพ้อฝัน แต่ในปัจจุบัน ความคิดของคนล้มเหลวเหล่านั้นทำให้เกิดสิ่งต่างๆ ที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ แม้แต่หินยังต้องใช้เวลาหลายล้านปีกว่าจะกลายเป็นเพชรเลยครับ เพราะฉะนั้นการล้มเหลวของคุณในตอนนี้ มันอาจจะนำพาให้คุณกลายเป็นเพชรในวันหน้าก็ได้

คติประจำใจ

ผมคิดว่าเราจะไม่กดดันตัวเองด้วยคำว่าความสำเร็จ เราจะกดดันตัวเองด้วยผลงาน ผลงานจะทำให้เราเกิดความมั่นใจ เพราะฉะนั้นความสำเร็จสำหรับผมคือการที่เราลงมือทำงานในสิ่งที่เรารัก และทำผลงานเหล่านั้นให้มีประโยชน์ต่อส่วนรวมมากที่สุด ทำให้ทุกวันเป็นเหมือน The Masterpiece ของเราแรงบันดาลใจหายากกว่าเพชร เราต้องเอาปัญหามาบวกกับลมหายใจ การที่เรายังมีชีวิตอยู่ แล้วเราไม่สามารถหักดิบเอาความทุกข์ของเราออกไป
ได้ เมื่อความทุกข์ได้เอาความหวังและแรงบัลดาลใจออกไปจากชีวิตเรา วันนั้นอยากให้เรามองกระจก และบอกกับตัวเองว่าเราทำดีแล้ว และเราต้องฝ่าฟันมันไปให้ได้ โดยใช้สิ่งที่ยังมีอยู่ให้เป็นประโยชน์ที่สุด เพราะฉะนั้นตราบใดที่เรายังมีลมหายใจ เราจะยังค้นพบแรงบันดาลใจได้เสมอ

คุณก็สามารถสร้าง Masterpiece ได้

ผมมองว่าทุกคนไม่ได้มีโอกาสเหมือนกัน แต่ทุกคนมีลมหายใจเหมือนกัน ไม่ได้มีใครเหนือกว่าใคร หรือดีกว่าใคร เพราะฉะนั้นคุณค่าของชีวิตที่เราสร้างเพื่อตัวเองและสามารถเผื่อแผ่ไปยังส่วนรวมได้ นั่นแหละ คือการสร้างผลงานระดับ The Masterpiece แล้ว